มูลนิธิวิถีชีวิตอิสระคนพิการ ไอแอล นครปฐม

มูลนิธิวิถีชีวิตอิสระคนพิการ (ไอแอล) จ.นครปฐม ส่งเสริม การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ เพื่อให้ คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้

ทำความรู้จักกับมูลนิธิวิถีชีวิตอิสระคนพิการ

มูลนิธิวิถีชีวิตอิสระคนพิการ เป็นกลไกในการสร้างการเปลี่ยนแปลงตัวคนพิการและสังคม โดยนำเครื่องมือการให้บริการการสร้างความเข้มแข็งตัวคนพิการ โดยวิธีการให้คำปรึกษาฉันเพื่อน กลุ่มสนับสนุนคนพิการในชุมชน การฝึกทักษะโปรแกรมการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ เพื่อดึงความเชื่อมั่นของคนพิการให้กลับคืนมา สามารถกล้าคิดกล้าแสดงออก มีเป้าหมายชีวิตและแผนการดำเนินชีวิต มีการออกสู่สังคมและสร้างปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม ครอบครัวก็จะเกิดการยอมรับในตัวคนพิการว่ามีความสามารถ ทำอะไรในหลายสิ่งหลายอย่างได้ ซึ่งก็จะส่งผลให้สังคมเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อคนพิการและศูนย์ยังเป็นกลไกสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคม โดยพิทักษ์สิทธิ์ของคนพิการให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับคนพิการใน เช่น สิ่งอำนวยความสะดวกของคนพิการและระบบขนส่งมวลชน เป็นต้น ก็จะทำให้คนพิการสามารถเดินทางออกมาใช้ชีวิตในสังคมได้เช่นคนปรกติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการศึกษา การประกอบอาชีพ และสามารถเข้าถึงหน่วยบริการอื่นๆในชุมชน

ข่าวสารเกี่ยวกับมูลนิธิ

  • มูลไส้เดือนฟาร์มดี

    มูลไส้เดือนฟาร์มดี เพื่อคนรักษ์ธรรมชาติ รักษ์ดิน รักษ์ต้นไม้ ช่วยดินมีชีวิต ต้นไม้มีชีวา ผลิดอกออกผลงามสะพรั่ง

    การเกษตรของไทยที่ปฏิบัติตามกันมานั้น แท้จริงแล้วยังมีทางเลือกอื่นที่ไม่จำเป็นต้องใช้เคมีก็ได้ ใช้แต่วิธีต...

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

    มูลไส้เดือนฟาร์มดี

    มูลไส้เดือนฟาร์มดี เพื่อคนรักษ์ธรรมชาติ รักษ์ดิน รักษ์ต้นไม้ ช่วยดินมีชีวิต ต้นไม้มีชีวา ผลิดอกออกผลงามสะพรั่ง

    การเกษตรของไทยที่ปฏิบัติตามกันมานั้น แท้จริงแล้วยังมีทางเลือกอื่นที่ไม่จำเป็นต้องใช้เคมีก็ได้ ใช้แต่วิธีตามธรรมชาติก็ยังได้ผลดีเหมือนกัน .....

    ดินดีต้นไม้ก็งาม เริ่มต้นจากไส้เดือน ที่ช่วยปรับสภาพดินตายทำให้ดินเป็น ดินจะดีมีชีวิตด้วยมูลไส้เดือน ต้นทางของการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ

    "อาชีพเลี้ยงไส้เดือนง่ายนิดเดียว"ใครๆก็ทำได้ สามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์องค์กรแห่งการพึ่งตนเอง หรือธุรกิจส่วนตัวเพี่อเลี้ยงชีพ สนใจเข้าอบรมระยะเวลา 1 วัน ค่าสมัคร 400บ/ท่าน(สำหรับคนพิการเรียนฟรี!ค่ะ) สำรองที่นั่งโทร 087-4141944

    มูลนิธิวิถีชีวิตอิสระคนพิการ จัดราคาพิเศษ
    ขนาด 1 กก. ราคาถุงละ 50 บ.
    ซื้อ 6 ถุง แถม 1 ถุง ราคา 300 บ.(รวมค่าส่ง)
    ซื้อ 10 ถุง แถม 2 ถุง ราคา 500 บ.(รวมค่าส่ง)

    การชำระเงิน:โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเทสโก้โลตัสนครปฐม ชื่อบัญชี "มูลนิธิวิถีชีวิตอิสระคนพิการ"เลขที่ 855-2-12718-9 เมื่อโอนเงินเรียบร้อยแล้ว กรุณาโทรแจ้ง 087-4141944 นะคะ เพื่อตรวจรายการและดำเนินการจัดส่งสินค้าทันที ขอบคุณมากค่ะ

    http://www.youtube.com/watch?v=onk7L31mUVY
    http://www.fil.or.th/

  • เครื่องยกคนพิการและคนชรา

    เครื่องช่วยเคลื่อนย้ายตัวคนพิการและคนชรา เพื่อยกตัวคนพิการคนชราที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้ จำเป็นต้องมีคนช่วยยกตัว การยกตัวคนพิการอย่างประจำทุกวันๆ ทำให้คนช่วยเจ็บหลัง เครื่องนี้จึงช่วยบรรเทากรเจ็บของคนช่วย และช่...

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

    เครื่องยกคนพิการและคนชรา

    เครื่องช่วยเคลื่อนย้ายตัวคนพิการและคนชรา เพื่อยกตัวคนพิการคนชราที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้ จำเป็นต้องมีคนช่วยยกตัว การยกตัวคนพิการอย่างประจำทุกวันๆ ทำให้คนช่วยเจ็บหลัง เครื่องนี้จึงช่วยบรรเทากรเจ็บของคนช่วย และช่วยให้คนพิการได้ย้ายตัวจากเตียงขึ้นมานั่ง ย้ายเข้าห้องส้วม คนพิการจะไม่นอนติดเตียง มีกิจวัตรปรจำวันมากขึ้น สุขภาพจะดีและแข็งแรง

    เครื่องยกตัวคนพิการและคนชราตัวละ ๘๕๐๐-๑๒๐๐๐ บ.
    สนใจติดต่อคุณศศิวรรณ ๐๙๕-๙๑๖๒๙๑๔ คะ

  • ผลิตภัณฑ์ขององค์กรคนพิการแห่งการพึ่งตนเอง

    คนพิการท่านใด หรือกลุ่ม/ชมรม/สมาคมคนพิการในตำบลอำเภอจังหวัดใด สนใจการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนคุณภาพ ทำเป็นผลิตภัณฑ์ขององค์กรคนพิการแห่งการพึ่งตนเอง หรือเป็นธุรกิจส่วนตัวเพี่อเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว...
    ...

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

    ผลิตภัณฑ์ขององค์กรคนพิการแห่งการพึ่งตนเอง

    คนพิการท่านใด หรือกลุ่ม/ชมรม/สมาคมคนพิการในตำบลอำเภอจังหวัดใด สนใจการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนคุณภาพ ทำเป็นผลิตภัณฑ์ขององค์กรคนพิการแห่งการพึ่งตนเอง หรือเป็นธุรกิจส่วนตัวเพี่อเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว...

    มูลนิธิวิถึชีวิตอิสระคนพิการขอเชิญชวนพี่น้องคนพิการเข้าอบรมหลักสูตร"อาชีพเลี้ยงไส้เดือนง่ายนิดเดียว" ระยะเวลา 1 วัน ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สนใจติดต่อคุณก้อย 087-4141-944

    นอกเหนือความรู้ เทคนิคและเคล็ดลับการดูแลไส้เดือน ตลอดจนการศึกษาดูงานที่ฟาร์มดีแล้ว กลุ่ม/ชมรม/สมาคมคนพิการ จะได้รับบริจาคหนึ่ง.ชุดอุปกรณ์เลี้ยงไส้เดือน 1 ชุด สอง.ตัวไส้เดือน 1 กิโลกรัม โดยมูลนิธิวิถึชีวิตอิสระคนพิการ สนับสนุน

    https://www.facebook.com/disabilityfarm

  • อบรมการเลี้ยงไส้เดือน

    มูลไส้เดือนฟาร์มดี ขอเชิญชวนพี่แฟนเพจเรียนรู้เทคนิคการจัดสภาพแวดล้อมความอุดมสมบูรณ์และความปลอดภัยในกระบวนการเลี้ยงไส้เดือน เพื่อผลิตมูลไส้เดือนคุณภาพเชิงพาณิชย์ โดยเน้นการสังเกตและลงมือปฏิบัติ ด้วยคอร์สอบรม “อาชีพ เลี...

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

    อบรมการเลี้ยงไส้เดือน

    มูลไส้เดือนฟาร์มดี ขอเชิญชวนพี่แฟนเพจเรียนรู้เทคนิคการจัดสภาพแวดล้อมความอุดมสมบูรณ์และความปลอดภัยในกระบวนการเลี้ยงไส้เดือน เพื่อผลิตมูลไส้เดือนคุณภาพเชิงพาณิชย์ โดยเน้นการสังเกตและลงมือปฏิบัติ ด้วยคอร์สอบรม “อาชีพ เลี้ยงไส้เดือน..ง่ายนิดเดียว รุ่นที่ ๖”

    วันอาทิตย์ที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๙
    ระยะเวลาอบรม ๐๙.๐๐ – ๑๕.๐๐ น.
    ราคา ๔๐๐.-/ท่าน
    (รับจำนวน ๑๕ ท่านเท่านั้น..มีอาหารมื้อกลางวันและอาหารว่าง สำหรับคนพิการเรียนฟรี!)

    ขั้นตอนการสมัคร
    ๑. สำรองที่นั่งโทร. ๐๘๗-๔๑๔๑๙๔๔ (ในเวลาทำการ ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.)
    ๒. ชำระค่าอบรมผ่านธนาคาร กสิกรไทย สาขาโลตัสนครปฐม เลขที่ 855-2-12718-9 ชื่อบัญชี "มูลนิธิวิถีชีวิตอิสระคนพิการ"
    ๓. แจ้งชื่อ-นามสกุล , เบอร์โทรศัพท์ , วงเล็บข้อความว่า (อบรมเลี้ยงไส้เดือน) พร้อมส่งหลักฐานการโอนเงินมาใน inbox นะคะ

    แผนที่ฟาร์มดี (มูลนิธิวิถีชีวิตอิสระคนพิการ) https://www.facebook.com/photo.php?fbid=687111121332824&set=a.673909219319681.1073741846.241844615859479&type=3&theater

บทความที่น่าสนใจ

  • คนพิการต้องการรถเมล์ชานต่ำ(Low Floor Bus)

    คนพิการต้องการรถเมล์ชานต่ำ(Low Floor Bus)
    รถเมล์ไร้บันไดคืออะไร?
    รถเมล์ไร้บันได คือรถโดยสารที่สร้างมาให้มีพื้นต่ำ (รถโดยสารที่คุ้นตาชาวไทยคือรถที่มีพื้นอยู่สูงจากพื้นถนนประมาณ ๑เมตร ต้องใช้บันไดอย่างน้อย ๓ขั้น) ดังนั...

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

    คนพิการต้องการรถเมล์ชานต่ำ(Low Floor Bus)

    คนพิการต้องการรถเมล์ชานต่ำ(Low Floor Bus)
    รถเมล์ไร้บันไดคืออะไร?
    รถเมล์ไร้บันได คือรถโดยสารที่สร้างมาให้มีพื้นต่ำ (รถโดยสารที่คุ้นตาชาวไทยคือรถที่มีพื้นอยู่สูงจากพื้นถนนประมาณ ๑เมตร ต้องใช้บันไดอย่างน้อย ๓ขั้น) ดังนั้นรถไร้บันไดก็คือรถพื้นต่ำ(Low Floor Bus)ซึ่งพื้นของรถชนิดนี้จะสูงจากถนนประมาณ ไม่เกิน ๔๐ เซนติเมตร ผู้โดยสารสามารถก้าวขาจากทางเท้าขึ้น-ลงรถได้โดยสะดวกรวดเร็ว บางคันเวลาจอดสามารถยุบเอียงตัวลงทำให้พื้นต่ำช่วยให้ผู้โดยสารขึ้นลงสะดวกมากขึ้น การขึ้นลงรถมีความสะดวกและปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการ สตรีมีครรภ์ เด็ก พ่อแม่ที่มีรถเข็นเด็ก เป็นต้น รถชนิดนี้เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในยุโรป อเมริกา มากว่า ๓๐ ปี ประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ต่างเปลี่ยนมาใช้รถชนิดนี้กันหมดแล้ว

    ทำไมไม่ควรใช้รถเมล์ชานสูงพร้อมติดตั้งลิฟท์ยกให้คนพิการ ?
    ตามมาตรฐานสากลรถเมล์ชานต่ำหรือรถไร้บันไดเป็นรถโดยสารในเมือง (City or Metropolitan Bus) ส่วนรถชานสูงเป็นรถโดยสารระหว่างเมืองหรืออาจจะเรียกว่ารถโคช(Inter-City Bus or Coach) ที่ต้องเป็นชานสูงก็เพื่อใช้ด้านล่างเป็นช่องเก็บสัมภาระ การใช้รถเมล์ชานสูงพร้อมติดตั้งลิฟท์ยกให้คนพิการในกรุงเทพมหานครถึง ๑,๖๕๙ คัน จะนำซึ่งความโกลาหล เพราะการขึ้นลงแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาประมาณ ๓ – ๕ นาที และจะต้องใช้พนักงานที่มีความชำนาญในการให้บริการ ในขณะที่การจอดรับส่งผู้โดยสารปกติใช้เวลาประมาณ ๑๕ – ๓๐ วินาที หากเป็นเช่นนี้จะเป็นที่อับอายไปทั่วโลกที่ประเทศไทยลงทุนในเทคโนโลยีเก่าที่ไม่อำนวยความสะดวกต่อการใช้งานจริง อีกทั้งค่าติดตั้งลิฟท์และการซ่อมบำรุงก็จะตกเป็นภาระอีกมากมาย

    ทำไมต้องใช้รถเมล์ไร้บันได
    รถเมล์ไร้บันไดหรือรถชานต่ำ มีข้อเด่นมากมายและที่สำคัญยิ่งคือ (๑) เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ด้วยความสะดวกปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงคนพิการที่ใช้เก้าอี้เข็น และผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเข่าหรือสุขภาพ เตรียมความพร้อมสู่การเป็นเมืองผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้นี้ (๒) ประหยัดพลังงานและลดมลภาวะด้วยโครงสร้างที่เบากว่ารถชานสูง ผู้โดยสารขึ้นลงรถได้รวดเร็วกว่ารถชานสูงทำให้มีระยะเวลาจอดรับส่งน้อยลง (๓) เป็นภาพลักษณ์ที่ดีของกรุงเทพฯ และประเทศไทยที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัยและให้ความดูแลห่วงใยประชาชนทุกกลุ่มอย่างเสมอภาคเท่าเทียม

    รถเมล์ไร้บันไดราคาเท่าไหร่ แพงกว่ารถเมล์ชานสูงหรือไม่
    รถเมล์ไร้บันไดและรถเมล์ชานสูงแตกต่างกันที่โครงคัสซี (Chassis) ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ โครงแบบชานสูงหรือชานต่ำไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกันในราคา โดยส่วนมากราคาจะแตกต่างกันตามยี่ห้อและความแข็งแรงทนทานของเครื่องยนต์และอุปกรณ์

    รถโดยสารที่ราคาแตกต่างกันโดยหลักแล้วจะแตกต่างกันที่ยี่ห้อและแหล่งกำเนิดของรถ เช่น รถยุโรปอเมริกา รถญี่ปุ่น รถจีน เป็นต้น ราคาจะสูงและลดหลั่นกันไป กรณีโครงการของ ขสมก. รถปรับอากาศคัสซีราคาประมาณ ๑.๒ – ๑.๕ ล้านบาทบวกค่าประกอบประมาณ ๑.๔ ล้านบาท ราคารถจะอยู่ที่ประมาณ ๒.๖– ๒.๙ ล้านบาท หากจัดซื้อคัสซีแพงและดีกว่าราคานี้บวกกับค่าประกอบตัวถังรถ ในวงเงินงบประมาณ ๔.๕ ล้านบาทสำหรับรถปรับอากาศน่าจะได้รถไร้บันไดที่มีคุณภาพดี

    ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
    ภาคีเครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชนทุกคนขึ้นได้ทุกคัน
    ทีมประสานงาน คุณเจษฎา ๐๘-๒๒๖๘-๓๘๗๘ คุณศิริรัตน์ ๐๘-๖๕๐๙-๑๕๔๑

    http://www.youtube.com/watch?v=QCW1mDd6370
    https://www.facebook.com/disabilityfarm/photos/a.538046552927252.1073742042.415418875190021/731239986941240/?type=3&theater

  • แนวคิดการจัดบริการผู้ช่วยเหลือส่วนตัว

    มนุษย์ทุกคนเกิดมามีคุณค่าและไม่ต้องการดำรงชีวิตโดยต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงวัยอันควรก็ต้องการตัดสินใจเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตและที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้...

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

    แนวคิดการจัดบริการผู้ช่วยเหลือส่วนตัว

    มนุษย์ทุกคนเกิดมามีคุณค่าและไม่ต้องการดำรงชีวิตโดยต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงวัยอันควรก็ต้องการตัดสินใจเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตและที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน หรือเรื่องอื่นๆ ในการมีส่วนร่วมในสังคม

    ความต้องการดังกล่าวมิได้มีข้อยกเว้นสำหรับคนพิการ เพียงแต่คนพิการมีข้อจำกัดในบางเรื่องของสภาพร่างกาย อาจเป็นข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว การมองเห็น การได้ยิน การรับรู้ หรือการเรียนรู้ก็ตาม ซึ่งยังคงมีความต้องการ ความรู้สึก ความคิด การตัดสินใจในระดับหนึ่งเหมือนกับคนที่ไม่พิการ ถ้าหากมีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือเครื่องความพิการที่เหมาะสม คนพิการก็จะสามารถดำรงชีวิตอิสระได้

    แต่สำหรับคนพิการระดับรุนแรง จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันได้แล้ว จำเป็นต้องมีผู้ช่วยเหลือส่วนตัว (Personal Assistant) เป็นเบื้องต้นเพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตอิสระ โดยสภาพความพิการทางกายไม่เป็นข้อจำกัดในด้านความคิด การตัดสินใจเรื่องต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อตนเอง ชุมชน และสังคม

    ในอดีตจนถึงปัจจุบัน การให้การดูแลคนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันได้นั้น มีทั้งในรูปแบบสถาบัน เช่น สถานสงเคราะห์ โรงพยาบาล ศูนย์บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ ฯลฯ และในรูปแบบครอบครัวโดยญาติพี่น้องเป็นต้น ผู้ที่ให้การดูแลในสถาบันได้แก่ พยาบาล(Nursing care) ,ผู้ดูแล(Care taker) ,ผู้ช่วยเหลือ(Helper) ซึ่งส่วนใหญ่ให้บริการแก่คนพิการเป็นส่วนรวม จึงต้องมีกฎเกณฑ์ เช่น เวลาบริการ รูปแบบบริการ และข้อจำกัดอื่นที่แต่ละสถาบันกำหนดขึ้น ส่วนการดูแลโดยสมาชิกในครอบครัวนั้น ก็ขึ้นกับความพร้อมของสมาชิกแต่ละคนและสภาพภูมิหลังด้านความสัมพันธ์และเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัวด้วย กล่าวโดยรวม บริการดังกล่าวเป็นลักษณะที่มีผู้ให้และผู้รับ โดยคนพิการอยู่ในสถานะผู้รับเพียงฝ่ายเดียว ตามสภาพแวดล้อมของแต่ละสถาบันและครอบครัว ในลักษณะ “คนอื่นให้การดูแลคนพิการ”

    ในแนวคิดการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ หรือ Independent Living Concept นั้น ให้ความสำคัญเบื้องต้นของอิสระทางความคิดที่จะดูแลตัวเอง วางแผนการดำรงชีวิตด้วยตนเอง โดยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย (Accessible environment) แล้วความช่วยเหลือที่จำเป็น (Pertinent assistance) รวมทั้งบริการผู้ช่วยเหลือส่วนตัว (Personal Assistant Service) โดยบริการรูปแบบนี้ ตัวคนพิการจะเป็นผู้คิด วางแผน กำหนดรายละเอียดความช่วยเหลือที่จำเป็นจากผู้ช่วยเหลือส่วนตัว โดยทั้งสองฝ่ายได้การฝึกหรืออบรมให้สามารถทำงานร่วมกันได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ในลักษณะ “คนพิการดูแลตัวเองโดยอาศัยความช่วยเหลือจากคนอื่นเท่าที่จำเป็น”

  • กลุ่มสนับสนุนคนพิการ กุญแจสู่การดำรงชีวิตอิสระ

    ประสบการณ์ของคณะทำงานด้านการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการจังหวัดนครปฐม ดำเนินงานนำร่อง“โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในชุมชน:การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ” ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ระหว่างปี พ.ศ.2545–2547 ได้เรียนรู้“แนวคิดการด...

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

    กลุ่มสนับสนุนคนพิการ กุญแจสู่การดำรงชีวิตอิสระ

    ประสบการณ์ของคณะทำงานด้านการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการจังหวัดนครปฐม ดำเนินงานนำร่อง“โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในชุมชน:การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ” ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ระหว่างปี พ.ศ.2545–2547 ได้เรียนรู้“แนวคิดการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ” (Independent Living Concept) โดยผ่านการปฏิบัติงานหลากหลายรูปแบบ จนเกิดความเชื่อมั่นในเครื่องมือการช่วยเหลือคนพิการ สามารถพัฒนาชีวิตคนพิการรุนแรง(Persons with Severe Disabilities)ได้ประสิทธิผล ดังนั้นราวปลายปี พ.ศ.2548 คณะทำงานด้านการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการจึงเปลี่ยนเป็นคณะกรรมการและร่วมจัดตั้ง“ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการนครปฐม”(Nakhonpathom Independent Living Center : NILC) ขึ้น เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนแนวคิดการดำรงชีวิตอิสระคนพิการ ไปสู่คนพิการรุนแรงในชุมชน

    ในระหว่างปี พ.ศ.2549-2550 แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย(สสพ.)ร่วมกับศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการนครปฐม พัฒนารูปแบบการจัดกลุ่มสนับสนุนคนพิการในชุมชน(Peer Support Group : PSG) เป็นเครื่องมืองานบริการหนึ่งของศูนย์ฯในการสร้างความเข้มแข็งคนพิการ(Empowerment)มีภาวะความเป็นผู้นำคนพิการและกลุ่มคนพิการ(Self-help Group)

    และปี พ.ศ.2550-2551 ผู้นำคนพิการในพื้นที่พุทธมณฑล ร่วมกับ แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย(สสพ.)และศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการนครปฐม ขยายเครือข่ายดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ โดยนำรูปแบบการจัดกลุ่มสนับสนุนคนพิการไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานในพื้นที่ และสามารถจัดตั้ง”ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการพุทธมณฑล”(Putthamonthon Independent Living Center : PILC) เป็นศูนย์ต้นแบบอีกแนวทางหนึ่งของการขยายผลและขยายพื้นที่ใหม่ในการช่วยเหลือคนพิการรุนแรง

    ประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนา การนำแนวคิดการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการมาสู่ปฏิบัติการช่วยเหลือคนพิการในภูมิภาคนี้ ย่อมประสบข้อจำกัดที่เป็นปัญหาและอุปสรรคเช่นเดียวกับประเทศไทย จากการดำเนินงานการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการในประเทศไทย อาทิเช่น เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร ทัศนคติเชิงลบต่อคนพิการ,สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ไม่เอื้ออำนวยคนพิการ,กฎหมายเป็นอุปสรรค/เลือกปฏิบัติต่อคนพิการ

    การใช้ยุทธวิธีการจัดกลุ่มสนับสนุนคนพิการในชมชน(Peer Support Group) เป็นกระบวนการการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ เพื่อการลุเป้าหมายในการเสริมความเข้มแข็งให้แก่คนพิการและสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคม สาระสำคัญของการจัดกลุ่มสนับสนุนคนพิการ(Peer Support Group)จัดกลุ่มคนพิการโดยใช้เทคนิควิธีการของการคิดและฟังอย่างตั้งใจ(Think&Listen) ในกลุ่มมีการนำประเด็นด้านต่างๆของคนพิการขึ้นมาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เช่น ประเด็นเกี่ยวกับความพิการเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่าความพิการในสังคม หรือประเด็นปัญหาความเดือดร้อนความต้องการของคนพิการขึ้นมาแลกเปลี่ยนกันและกันและนำไปสู่เป็นข้อเสนอต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เพื่อให้อปท.มีแผนการช่วยเหลือคนพิการได้ตรงกับความต้องการของคนพิการในชุมชน การจัดกลุ่มสนับสนุนคนพิการในชุมชนเป็นการสร้างความสัมพันธภาพที่ดีระหว่างคนพิการ มีความตระหนักและเข้าใจในความพิการของตัวเอง กระตุ้นการรวมตัวช่วยเหลือตนเองให้สามารถนำทรัพยากรในชุมชนมาช่วยเหลือคนพิการ และมีความตื่นตัวที่จะเรียกร้องพิทักสิทธิ์ของตนเอง โดยเฉพาะเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและคนชรา

    การจัดกลุ่มสนับสนุนคนพิการในชุมชน ยังประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ โดยมีศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน คนพิการส่วนใหญ่ที่ยังไม่ทราบหรือไม่รู้จักบทบาทและหน้าที่ของศูนย์ สามารถเข้าถึงการรับบริการของศูนย์ฯได้ โดยเฉพาะบริการการให้คำปรึกษาฉันเพื่อน การฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ ข้อมูลข่าวสารและการส่งต่อ และพิทักษ์สิทธิ เป็นต้น

    กระบวนการที่กล่าวมาข้างต้น เป็นกุญแจที่เปิดประตูให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตอิสระในสังคม

  • ศิลปะคนพิการ:ความพิการ (Disability arts)

    คนที่มีความพิการนั้นจะมีความคิดด้านลบต่อความพิการ เนื่องจากในอดีตคนพิการต้องผ่านประสบการณ์ที่เศร้าและขมขื่น อันมีสาเหตุมาจากความพิการหรือโรคภัยของตนเอง จึงทำให้คนพิการจำเป็นต้องอดทนกับสิ่งต่างๆมากมาย กลายเป็นแรงกดดัน ...

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

    ศิลปะคนพิการ:ความพิการ (Disability arts)

    คนที่มีความพิการนั้นจะมีความคิดด้านลบต่อความพิการ เนื่องจากในอดีตคนพิการต้องผ่านประสบการณ์ที่เศร้าและขมขื่น อันมีสาเหตุมาจากความพิการหรือโรคภัยของตนเอง จึงทำให้คนพิการจำเป็นต้องอดทนกับสิ่งต่างๆมากมาย กลายเป็นแรงกดดัน และส่งผลให้คนพิการคิดไปได้ว่า ตนเองเป็นคนไร้ความสามารถที่ไม่สามารถทำอะไรได้ บางคนคิดว่าตนเองเป็นภาระของคนในครอบครัว คนพิการจึงถูกควบคุมและแบ่งแยกkเมื่อออกมาสู่สังคมภายนอกก็ถูกมองด้วยสายตา และได้ยินได้ฟังคำพูดที่ทำให้บั่นทอนความมั่นใจตนเอง คนพิการจึงคิดว่าตนเองไม่มีคุณค่าและความพิการนั้นเป็นสิ่งที่เลวร้าย ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ คนพิการจะสามารถยอมรับความเป็นตัวตนของตนเองได้ แม้ว่าในสังคมจะมีสิ่งที่เป็นอุปสรรคกีดขวางคนพิการไม่ให้ยอมรับตนเองอยู่ก็ตาม การได้เข้าร่วมกระบวนการเพื่อการปลดปล่อยความกดดันที่เกิดขึ้นจากปัญหาเชิงโครงสร้างในสังคม ความเชื่อมั่นในศักยภาพตนเองจะสามารถลุกขึ้นมายืนหยัดและใส่ใจคุณค่าตนเองได้อีกครั้งหนึ่ง นอกจากคนพิการจะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันทางสังคมที่อยู่รอบตัวแล้ว ยังต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันภายในตนเองที่เกิดจากสภาพร่างกายที่มีความแปลกแยกอีกด้วย การเผชิญหน้าเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า คนพิการยังต้องการจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อตัวเองและสังคม การที่คนพิการจะเผชิญสังคมได้นั้น คนพิการต้องเผชิญแรงกดดันภายในตนเองที่มีอยู่เสียก่อน แล้วสะท้อนให้คนรอบข้างได้รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นๆ คนในสังคมก็จะเริ่มมีความตระหนักและให้ความสำคัญคนพิการและความพิการมากขึ้น

    ธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์นั้นเป็นผู้ให้ความรักแก่คนอื่นและต้องการความรักจากคนอื่น มนุษย์เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยปัญญา มนุษย์เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ และมนุษย์เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยความปีติยินดี มนุษย์เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยพลัง ซึ่งองค์ประกอบที่กล่าวมา ล้วนอยู่ในมนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะพิการหรือไม่ก็ตาม และสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นได้โดยอาศัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและบรรยากาศที่เอื้ออำนวย ดังนั้นการที่มนุษย์เรามีความเป็นธรรมชาติ มนุษย์จึงเป็นเพียงหนึ่งเดียวบนโลกนี้ที่มีศักยภาพ ศิลปะจึงเป็นเรื่องของมนุษย์ สร้างขึ้นโดยมนุษย์ และเพื่อมนุษย์เท่านั้น ศิลปะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความงามและความพึงพอใจ เป็นคุณค่าทางสุนทรียะ เป็นคุณค่าทางจิตใจ ศิลปะเริ่มที่อารมณ์ความรู้สึกของคน ที่ก่อให้เกิดความสุนทรียะภาพ ความสุขแก่มนุษย์ ดังนั้นผู้ที่ยอมรับและเห็นในคุณค่าขององค์ประกอบความเป็นธรรมชาติมนุษย์ จะเป็นผู้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

    ศิลปะคนพิการ:ความพิการ(Disability arts) เป็นงานศิลปะที่ทำขึ้นโดยคนพิการ ที่มีความตั้งใจที่จะนำความรู้สึกหรือประสบการณ์ชีวิตบนความพิการมาใช้สร้างสรรค์ศิลปะ ผลงานจะสะท้อนความเป็นอัตลักษณ์ และการแสดงออกถึงการยอมรับตนเองและภูมิใจในการดำรงชีวิตบนความพิการ

    ศิลปะคนพิการ:ความพิการเป็นการพัฒนา ความคิด ความรู้สึกและการแสดงออกถึงประสบการณ์ชีวิตที่มีต่อความพิการเป็นวัฒนธรรมของกลุ่ม ซึ่งศิลปะและวัฒนธรรมจะเอื้อให้คนพิการเข้าถึงความเป็นธรรมชาติมนุษย์ของตนเอง และขณะเดียวกันก็สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตบนความพิการระหว่างคนพิการด้วยกัน.นอกจากนี้ยังเป็นสื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมของกลุ่มคนพิการสู่สังคม เกิดเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมของศิลปะคนพิการ:ความพิการ(Disability art movement)

    ปัจจุบันคนพิการยังต้องเผชิญแรงกดดันภายในตัวเองและจากสังคม ยังไม่มีความชัดเจนในการดำเนินการและการเผยแพร่ศิลปะคนพิการ:ความพิการในประเทศไทยมากนัก และสังคมยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคนพิการและความพิการค่อนข้างมาก ดังนั้น มูลนิธิวิถีชีวิตอิสระคนพิการจึงได้ศิลปะคนพิการ:ความพิการ เป็นเครื่องมือเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการและกลุ่มคนพิการ

Information

ปิดหน้าต่าง